1. เริ่มจากกระบวนการที่มีขอบเขตชัดเจน
เลือกกระบวนการที่มีเจ้าของงานและแนวปฏิบัติของโรงพยาบาลอยู่แล้ว เช่น การทบทวนคำขอบริการด้านอาคารสถานที่ ถามทีมที่รับผิดชอบว่าบันทึกใดช่วยอธิบายได้ว่าเกิดอะไรขึ้นและตรวจสอบงานอย่างไร แล้วใช้ความต้องการเหล่านั้นออกแบบเวิร์กโฟลว์ โดยไม่ถือว่าเช็กลิสต์ทั่วไปเป็นข้อกำหนดของมาตรฐานการรับรอง
- ระบุจุดเริ่มต้น จุดสิ้นสุด และผู้รับผิดชอบการทบทวน
- ตกลงว่าควรใช้บันทึกใด และใครมีสิทธิ์เข้าถึง
- เริ่มด้วยขอบเขตเล็กพอที่จะทบทวนร่วมกับผู้ปฏิบัติงานจริงได้
2. เก็บบริบทไว้คู่กับหลักฐานแต่ละรายการ
เอกสารจะประเมินได้ง่ายขึ้นเมื่อทราบว่าใช้ประกอบเรื่องใด ระบุกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบ วันที่ และผู้ที่ควรทบทวน ใช้รูปแบบการตั้งชื่อที่สม่ำเสมอและแสดงให้ชัดว่าฉบับใดเป็นฉบับปัจจุบัน อาจใช้สารบัญกลางที่เชื่อมไปยังพื้นที่จัดเก็บที่ได้รับอนุมัติ แทนการทำสำเนาเอกสารเดียวกันเพิ่มหลายชุด
- แยกสถานะฉบับร่าง ฉบับที่ทบทวนแล้ว และฉบับที่ถูกแทนที่
- ใช้แนวทางการเข้าถึงและการเก็บรักษาที่โรงพยาบาลอนุมัติไว้แล้ว
3. ทำให้สิ่งที่ขาดและผลการทบทวนมองเห็นได้
กำหนดจุดทบทวนให้สอดคล้องกับงานจริง หากหลักฐานยังไม่ครบ ให้ระบุว่าขาดอะไร ใครต้องติดตาม และจะทบทวนอีกครั้งเมื่อใดตามที่ตกลงกัน เมื่อมีการแก้ไข ควรเก็บบันทึกต้นฉบับและประวัติการเปลี่ยนแปลงให้ติดตามได้ บุคลากรของโรงพยาบาลที่มีหน้าที่และความเชี่ยวชาญเกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณาว่าหลักฐานเหมาะสมหรือไม่ และต้องดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไร
- แยกเรื่องเอกสารที่ยังขาดออกจากเรื่องที่ทบทวนเสร็จแล้ว
- บันทึกผลการทบทวน ไม่ถือว่าการอัปโหลดไฟล์เท่ากับการยอมรับหลักฐาน
4. ตัวอย่างสมมติ: บันทึกการทบทวนงานอาคารสถานที่
สมมติว่าทีมบริหารโรงพยาบาลกำลังทบทวนคำขอบริการด้านอาคารสถานที่ที่ดำเนินการแล้ว แต่ละคำขอเชื่อมไปยังบันทึกการทำงานและผลการพิจารณาของผู้ทบทวนที่ได้รับมอบหมาย คำขอหนึ่งยังไม่มีบันทึกการเสร็จงาน ผู้ประสานงานจึงมอบหมายให้เจ้าของงานติดตาม ผู้ทบทวนตรวจบันทึกที่อัปเดตก่อนปิดงานด้านหลักฐาน ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายกระบวนการเท่านั้น ไม่ใช่กรณีลูกค้าของ BlissOS หรือข้อกำหนดการรับรองคุณภาพ
5. ประเมินการใช้เครื่องมือช่วยงานภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน
หากกำลังพิจารณา BlissOS ลองใช้ข้อมูลตัวอย่างที่สร้างขึ้นเพื่อหารือว่าการแจ้งเตือน การจัดระเบียบบันทึก และการส่งต่องานทบทวนอาจช่วยกระบวนการนี้ได้อย่างไร ควรตกลงพฤติกรรมที่ต้องการก่อนเริ่มโครงการนำร่อง สรุปที่สร้างขึ้นต้องตรวจเทียบกับแหล่งข้อมูล และต้องไม่กลายเป็นหลักฐานของงานที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง การวางแผนลักษณะนี้ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลผู้ป่วย
6. นำไปใช้: ทดลองติดตามหลักฐานของงานหนึ่งเรื่อง
เลือกกิจกรรมที่เสร็จแล้วหนึ่งเรื่อง และให้เพื่อนร่วมงานลองติดตามตั้งแต่คำขอจนถึงผลการทบทวน จดจุดที่ผู้รับผิดชอบ เวอร์ชันเอกสาร หรือการตัดสินใจยังไม่ชัด แล้วปรับขั้นตอนเหล่านั้นก่อนขยายไปยังกระบวนการอื่น บุคลากรที่โรงพยาบาลมอบหมายยังเป็นผู้ตีความข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องและประเมินความพร้อม เวิร์กโฟลว์ที่เป็นระเบียบช่วยสนับสนุนงานนี้ได้ แต่ไม่ได้ยืนยันการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือรับประกันผลการรับรอง
แหล่งข้อมูลทางการด้านการรับรองคุณภาพ
ใช้ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานรับรองในการกำหนดหลักฐาน บทความนี้เสนอแนวทางออกแบบกระบวนการทำงาน