แนวทางงานปฏิบัติการโรงพยาบาล

ประสานคำขอบริการอาคารสถานที่ในโรงพยาบาลให้มีผู้รับผิดชอบชัดเจน

คำขอบริการอาคารสถานที่หนึ่งเรื่องอาจผ่านทั้งฝ่ายบริหาร ผู้ประสานงาน ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับมอบหมาย และผู้ให้บริการภายนอก สิ่งที่ติดขัดบ่อยคือการไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของขั้นตอนถัดไป เวิร์กโฟลว์การประสานงานที่ชัดเจนช่วยให้ติดตามคำขอได้ โดยยังคงให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตัดสินใจทางเทคนิค และปฏิบัติตามขั้นตอนของโรงพยาบาล รวมถึงช่องทางแจ้งเหตุเร่งด่วนที่มีอยู่แล้ว

1. ตกลงว่าคำขอที่พร้อมดำเนินการควรมีข้อมูลอะไร

เริ่มจากข้อมูลที่ผู้ประสานงานต้องใช้เพื่อส่งต่อคำขอทั่วไปที่ไม่เกี่ยวกับการดูแลทางคลินิก ได้แก่ สถานที่ คำอธิบายที่เข้าใจง่าย ผู้แจ้ง และวิธีติดต่อ ให้บุคลากรที่มีอำนาจหน้าที่ประเมินความเร่งด่วนตามขั้นตอนเดิม พร้อมแสดงแนวทางแจ้งเหตุเร่งด่วนให้เห็นชัด ไม่ควรนำเสนอแบบฟอร์มคำขอทั่วไปว่าใช้แทนช่องทางฉุกเฉินหรือช่องทางด้านความปลอดภัยที่กำหนดไว้

  • ใช้เลขอ้างอิงคำขอที่ผู้เกี่ยวข้องส่งต่อกันได้
  • หลีกเลี่ยงข้อมูลผู้ป่วยและข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่จำเป็น
  • แนบเอกสารหรือภาพเฉพาะเมื่อสอดคล้องกับนโยบายของโรงพยาบาล

2. ระบุเจ้าของขั้นตอนถัดไป

กำหนดผู้รับผิดชอบการประสานงาน แม้อีกทีมจะเป็นผู้ลงมือทำ แยกบทบาทของผู้ติดตามความคืบหน้าออกจากผู้เชี่ยวชาญที่ตัดสินใจทางเทคนิค การส่งต่อแต่ละครั้งควรบอกว่าต้องการให้ทำอะไร ใครรับงาน และจะดำเนินการอย่างไรหากทีมปลายทางรับงานไม่ได้ คำขอไม่ควรขาดเจ้าของเพียงเพราะมีการส่งข้ามหน่วยงาน

  • ให้การตอบรับงานที่ส่งต่อเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน
  • ระบุว่าใครแจ้งความคืบหน้าแก่ผู้ขอ และใครอนุมัติการเปลี่ยนแปลงได้

3. แสดงความคืบหน้า สิ่งที่ติดขัด และการยกระดับปัญหา

ตกลงชุดสถานะที่กระชับและเข้าใจตรงกัน เช่น รอทบทวน มอบหมายแล้ว รอสิ่งที่ต้องดำเนินการก่อน และพร้อมทบทวนเพื่อปิดงาน พร้อมอธิบายความหมายของแต่ละสถานะ เมื่อเกิดความล่าช้า ให้บันทึกเหตุผลและผู้รับผิดชอบ แทนการเลื่อนวันครบกำหนดซ้ำ ๆ การส่งเรื่องให้ผู้มีอำนาจพิจารณาต้องเป็นไปตามขั้นตอนและขอบเขตอำนาจที่โรงพยาบาลกำหนด โดยบุคลากรที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะตอบสนองอย่างไร

  • แสดงกำหนดแจ้งความคืบหน้าครั้งถัดไปที่ตกลงกันไว้
  • ใช้การแจ้งเตือนเพื่อให้มีการทบทวน ไม่ใช่เพื่อยืนยันว่างานปลอดภัยหรือแก้ไขเสร็จแล้ว

4. ตัวอย่างสมมติ: คำขอจากสำนักงานฝ่ายบริหาร

สมมติว่ามีคำขอเกี่ยวกับตู้ที่ชำรุดในสำนักงานฝ่ายบริหาร ผู้ประสานงานมอบหมายให้ทีมที่เกี่ยวข้องและทีมตอบรับงาน หากต้องรอการนัดหมายผู้ให้บริการภายนอกที่ได้รับอนุมัติ ให้บันทึกเงื่อนไขนี้พร้อมกำหนดแจ้งความคืบหน้าครั้งถัดไป จากนั้นบุคลากรที่ได้รับมอบหมายทบทวนบันทึกการเสร็จงานก่อนปิดคำขอ ตัวอย่างนี้อธิบายการประสานงานเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการซ่อมและไม่ใช่การใช้งาน BlissOS ของลูกค้าจริง

5. แยกการแจ้งเสร็จงานออกจากการทบทวนเพื่อปิดงาน

กำหนดว่าใครแจ้งว่าเสร็จงานได้ และใครควรทบทวนบันทึกตามขั้นตอนที่ใช้อยู่ เก็บบันทึกการเสร็จงาน ชื่อผู้ทบทวน และผลการพิจารณาไว้ในพื้นที่ที่ได้รับอนุมัติ หากต้องทำงานเพิ่มเติม ให้ระบุงานติดตามแทนการแก้ทับประวัติเดิมโดยไม่แสดงร่องรอย การรับรองทางเทคนิคหรือการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้งานยังเป็นหน้าที่ของบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญและได้รับมอบอำนาจจากโรงพยาบาล

6. นำไปใช้: ทดลองส่งต่องานหนึ่งเรื่อง

นำคำขอสมมติมาลองเดินตามเวิร์กโฟลว์ร่วมกับทีมที่เกี่ยวข้อง ถามว่าแต่ละช่วงใครเป็นเจ้าของงาน จะรู้ได้อย่างไรว่าการส่งต่อติดขัด และต้องมีอะไรจึงจะปิดงานได้ หากหารือโครงการนำร่องกับ BlissOS ให้ใช้คำถามเหล่านี้กำหนดสิ่งที่ต้องการประเมิน เริ่มจากการประสานงานทั่วไป ใช้ข้อมูลที่ไม่มีข้อมูลผู้ป่วย และยืนยันขอบเขตกับบุคลากรที่รับผิดชอบของโรงพยาบาล

จากแนวทางสู่การทำงาน

เริ่มจากงานหนึ่งเรื่องที่สำคัญ

พูดคุยกับ BlissJunction เกี่ยวกับกระบวนการ ระบบที่ใช้อยู่ และจุดอนุมัติของทีมคุณ